วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

สับปะรด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สับปะรด





สับปะรด  PINEAPPLE


สรรพคุณทางยา สับปะรดเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เนื่องมาจากมีปริมาณของวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยไฟเบอร์ที่มีอยู่มากมายในผลสับปะรด นอกจากนี้แล้ว สับปะรด ก็ยังมีสรรพคุณในทางยามากมายหลายอย่าง อาทิเช่น การช่วยย่อยอาหาร เสริมสร้างการดูดซึมอาหารของร่างกาย การลดความร้อนของร่างกายและยังช่วยแก้กระหาย


นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาวิจัยจนกระทั่งพบว่า ผู้ที่รับประทานสับปะรดเป็นประจำแล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคไตอักเสบและโรคความดันโลหิตสูงอีกด้วย


ตำรับยาแผนโบราณ ให้นำเอาเนื้อของผลสับปะรดมารับประทานแล้ว ก็จะช่วยบรรเทาอาการบวมน้ำของร่างกาย และยังช่วยในการขับปัสสาวะอีกด้วย หรือหากรับประทานน้ำสับปะรดเป็นประจำแล้ว ก็จะช่วยลดความร้อนของร่างกาย และช่วยลดอาการกระสับกระส่ายได้เป็นอย่างดีอีกด้วยรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

น้ำสับปะรด

ส่วนผสม

• เนื้อสับปะรด                                  240 กรัม (1/4 ผลใหญ่)
• น้ำเชื่อม                                          15 กรัม (1 ช้อนคาว)
   (ใช้สารให้ความหวาน หรือน้ำตาลเทียม 1 ซองเล็กแทนได้
   ถ้าทำวิธีที่ 2 อาจต้องเพิ่มอีก 15 กรัม เนื่องจากเพิ่มน้ำแข็งและน้ำเปล่า)
• เกลือป่นเสริมไอโอดีน                         2 กรัม (2/5 ช้อนชา)
• น้ำเข็งทุบละเอียด (สำหรับวิธีที่ 2)    240 กรัม (1 1/2 แก้ว)
• น้ำเปล่าสะอาด (สำหรับวิธีที่ 2)           90 กรัม (ประมาณ 1/2 แก้ว)

วิธีทำ

• วิธีที่ 1
นำสับปะรดล้างให้สะอาด ปอกเปลือกล้างน้ำ นำเนื้อสับปะรดคั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ

• วิธีที่ 2
ใช้เนื้อสับปะรด เหมือนวิธีที่ 1 ใส่เครื่องปั่น เติมเกลือ น้ำเปล่า และน้ำเชื่อม เกลือ จากนั้นเติมน้ำแข็งทุบละเอียด ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ 

 ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางอาหาร    มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสมาก ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน รองลงมามีวิตามินซี ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
คุณค่าทางยา           ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้อง ลอดอาการอักเสบ บวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการแผลร้อนในในปาก

ตำรายาไทยใช้เนื้อผลเป็นยาแก้ไอขับเสมหะ เหง้าเป็นยาขับปัสสาวะ แก้นิ่ว พบว่าลำต้นและผลมีเอนไซม์ย่อยโปรตีน ชื่อ bromelain ใช้เป็นยาลดการอักเสบและบวมจากการถูกกระแทก บาดแผล หรือการผ่าตัด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น